ขอม ขะแมร์ ขะเหมน เขมร กัมพูชา

เพื่อความสมานฉันท์และความเข้าใจอันดี กับตัวเราเองและกับเพื่อนบ้าน

Khom, Khmer, Khamen, Cambodia

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

 

อคติเชิงลบว่าด้วย “ชนชาติ-เชื้อชาติ” (ethnic and race) มีอยู่ในตัวมนุษย์แทบทุกชาติทุกภาษา ดังนั้น เราจึงได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็นคำพูด ศัพท์ ภาษา ที่ใช้อย่างดูถูกดูแคลน เช่น “เจ๊ก แขก ญวน แกว แม้ว กะเหรียง” หรือไกลออกไปเช่น “นิโกร-ไอ้มืด” ฯลฯ

 

เมื่อเกิด “กรณีปราสาทเขาพระวิหาร” ครั้งล่าสุด ที่ “ลัทธิพันธมิตร” ใช้ในการรณณรงค์เพื่อ “โค่นรัฐบาลสมัคร” และ “ล้มระบอบทักษิณ” ก็มีการปลุกระดมกระแส “ลัทธิชาตินิยม” ในสายสกุล “อำมาตยาเสนาธิปไตย” ขึ้นมาอีก โดยนำมาผนวกเจือปนเข้ากับ “ราชาชาตินิยม”

 

ดังนั้น เราจะได้ยินได้ฟัง “วาทกรรม” ว่าด้วย “ขอม ขะแมร์ ขะเหมน เขมร กัมพูชา” ที่มีนัยทั้งภายใน (เช่น “พ่อมด หมอผี-เขมร กระทบกระเทืยบ เปรียบเปรยนักการเมืองจากอีสานใต้) และภายนอกประเทศ เพื่อกระทบเปรียบเปรยผู้นำประเทศกัมพูชาอย่างสมเด็จฮุนเซน ทั้งนี้โดยนักการเมืองทั้งในและนอกระบบ ทั้งโดยสื่อมวลชนกระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็น นสพ. วิทยุ หรือทีวี รวมทั้งในโลกอินเตอร์เน็ท

 

พฤติกรรมเชิงลบดังกล่าว จะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆต่อ “ความสมานฉันท์” หรือ “ความเข้าใจอันดี” ทั้งในประเทศของเราเอง กับ “คนไทย” ด้วยกัน หรือกับทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา (อาจรวมไปถึงลาวด้วย) และหรือ “อาเซียน” ในวงกว้างก็ได้

 

อันว่าเทือกเขาพนมดงรัก พรมแดนของสยามประเทศ(ไทย)-ลาว-กัมพูชานี้

คือ อู่อารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ของ “ปราสาทหิน” และชนชาติ “ขะแมร์-กัมพูชา” หรือ “ขอม-เขมร” ที่อาศัยอยู่ร่วมกับชาติพันธุ์อื่นๆอันหลากหลายของอุษาคเนย์ไม่ว่าจะเป็น “ไทย ไท ลาว กูย ชอง กำหมุ  บรู ฯลฯ”

 

สำหรับคำว่า “ขอม” นั้นเป็นคำไทย/ลาวโบราณ ที่เพี้ยนมาจากคำว่า “ขะแมร์-กรอม” (Khmer-Krom) คำว่า “กรอม” เป็นภาษาขะแมร์ แปลว่า “ต่ำ ใต้ ล่าง”

ลิ้นไทยลิ้นลาว ออกเสียงคำนี้กร่อนเป็น “กะหล๋อม” เป็น “กล๋อม” หรือเป็น

“ก๋อม” แล้วก็กลายเป็น “ขอม” ในที่สุด

 

ดังนั้น คำว่า “ขอม” นี้ ทั้งคนไทยทั้งคนลาวก็ใช้เรียก

“ผู้คน ชนชาติ ปราสาท ตัวหนังสือ ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม” ที่พบทั้งในดินแดนกัมพูชา ทั้งในสยามประเทศ(ไทย) และทั้งใน สปป. ลาว

 

ส่วนคำว่า “เขมร” นั้นเป็นคำไทยที่สะกดตามตัวอักษรเดิมตามแบบอักษรละติน คือ Khmer

หากจะออกเสียงให้ถูกตามต้นตำหรับของเดิม

ต้องรัวลิ้นมีตัว “ร.เรือ” อยู่ข้างท้ายด้วย

เป็น “ขเมร” หรือ “ขะแมร”

 

แต่ลิ้นไทยลิ้นลาว ออกเสียงพยัญชนะตัวท้ายด้วยการทำให้ ร.เรือ กลายเป็น น.หนู

ดังนั้น ก็เลยกลายเป็นคำในภาษาพูดของเราว่า “ขะ-เหมน”

(เหมือนๆกับคำว่า “นคร” ที่กลายเป็น “นะ-คอน” หรือ “คอน”

หรือคำว่า “ละคร” กลายเป็น “ละคอน” แล้วก็กลายเป็น “โขน” ในที่สุด)

 

 

คนกัมพูชาปัจจุบันบางกลุ่ม รังเกียจเสียงและสำเนียงของคำพูดไทย/ลาวว่า “ขะ-เหมน”

เพราะตีความว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยาม

 

 

ดังนั้น เพื่อ “ความสมานฉันท์” และ “ความเข้าใจอันดี” กับเพื่อนบ้านในอุษาคเนย์/อาเซียน

หากเราจะเลี่ยงในภาษาพูด ไม่ใช้คำว่า “ขะ-เหมน”

หันไปใช้คำว่า “กัมพูชา” หรือคำว่า “ขะแมร์” ก็จะดีกว่า

เหมือนๆกับที่เราควรเลี่ยงไม่ใช้คำว่า “เจ๊ก”

สำหรับคนไทยเชื้อสายไม่ว่าแต้จิ๋ว กวางตุ้ง แคะ ฮกเกี้ยน ไหหลำ

หรือหลีกเลี่ยงไม่ใข้คำว่า “ญวน” สำหรับคนเวียดนาม หรือคำว่า “แม้ว” สำหรับ “ม้ง” (อาจจะยกเว้นเพียงคนหนึ่งคน) นั่นเอง